รวมเพลงรัก ความหมายดี มอบให้กับคนที่คุณรัก

รวมเพลงรัก ความหมายดี

เสียงเพลงนอกจากจะช่วยสร้างอารมณ์บรรยากาศต่าง ๆ ให้แก่ผู้ฟังได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว บางครั้งเสียงเพลง ก็ยังเป็นอีกส่วนหนึ่ง ที่ช่วยในการปรับอารมณ์จิตใจของคุณผู้ฟังได้ดีอีกด้วยนะคะ สำหรับวันนี้คุณผู้อ่าน ที่กำลังอยู่ในโหมดเหงาคิดถึงรอ เพราะว่ามีเหตุที่จะต้องไปจากคนรัก วันนี้เราก็ได้นำเพลงที่มีความหมายดี ๆ ลึกซึ้งมาฝากคุณผู้อ่านกัน คุณสามารถนำไปเปิดฟังระหว่างที่รอคนที่รักได้เลยค่ะ และจะมีพลังใจเพิ่มขึ้นมาอีกเยอะเลยทีเดียว

ไกล วง Musketeers

ฝากถึงคนรักที่อยู่ห่างไกลกัน แต่ถึงจะอยู่ห่างไกลกันแค่ไหน ก็มีสิ่งหนึ่งที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไป นั่นก็คือความรักที่มีให้กันนั่นเองค่ะ สำหรับเนื้อเพลงนี้ ก็ได้นำความรักกับธรรมชาติมาเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพ อย่างชัดเจนจนกระทั่งทำให้คนที่กำลังอยู่ห่างไกลคนรัก ได้ฟังเพลงนี้ก็รู้สึกมีพลังใจมากขึ้นไปอีก

คนทางนั้น Gift My project

เพลงนี้นอกจากเธอแสดงให้เห็นถึงความคิดถึง ห่วงหา อาวรณ์ต่าง ๆ แล้ว ก็ยังทำให้สัมผัสได้ถึงความห่วงใย ที่มีต่อคนรักที่อยู่ทางไกลที่ไม่อาจจะไปดูแล ได้อีกด้วย ซึ่งเราก็เป็นการไหว้วานให้เขาดูแลตัวเอง และเราก็จะดูแลตัวเองเช่นกัน ฟังแล้วส่งให้คนรัก จะเกิดความรู้สึกเต็มอิ่มภายในใจ เกิดความเชื่อใจกันเพิ่มมากขึ้นในอีกระดับหนึ่งเลยค่ะ

เธอ – Cocktail

เพลงนี้เป็นเพลงที่พูดถึงความกังวลว่า คนรักที่อยู่ห่างไกลนั้นจะแปรเปลี่ยนไปจากเราหรือไม่ แน่นอนค่ะว่าอารมณ์ความรู้สึกเช่นนี้อย่างไรแล้ว คนเราก็ตัดไม่ขาด จะต้องมีความกังวลความคิดมากกันทุกคน เพียงแต่ว่าก็อย่าทำให้ความกังวลใจนั้นกลายเป็นอารมณ์ด้านลบ ที่คอยกัดกินใจของเรา ทำให้เราไม่มีความสุขไปก็แล้วกันนะคะ และถ้าคุณได้ส่งเพลงนี้ให้คนรักของคุณฟังแล้ว คนรักของคุณก็อาจจะให้ความมั่นใจตอบกลับมาก็เป็นได้ และจะทำให้คุณมีพลังใจ มีกำลังที่จะรอเขาเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียวค่ะ

ารเดินทางชาติ สุชาติ

สำหรับเพลงนี้ได้เปรียบความรัก เหมือนกับการเดินทางที่คน 2 คน จะต้องเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน ระหว่างทางถึงแม้ว่าระยะทางไกลจะเป็นเรื่องที่ยากก็ตาม แต่สิ่งนี้ก็จะกลายมาเป็นการเรียนรู้ร่วมกันที่คน 2 คน จะได้มีความเข้าใจและรักกันอย่างลึกซึ้งมากขึ้นไปอีก

รวมเพลงรัก ความหมายดี

ห่างไกลเหลือเกิน บอย โกสิยพงษ์

เหมาะแก่การฟัง ในช่วงหน้าฝนมาก ๆ ยิ่งในช่วงที่บรรยากาศฟ้าครึ้ม ๆ ลมเย็น ๆ เม็ดฝนโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า ยิ่งฟังเพลงนี้ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกเหงาสุดขั้วหัวใจมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่อย่างไรก็ตามเมื่อฟังเพลงนี้แล้ว ก็ขอให้คุณผู้อ่าน รีบฟื้นตัวเองกลับมาให้เกิดมีความเข้มแข็งขึ้นในเร็ววันนะคะ เพื่อที่ว่าจะได้ประคองความรักที่มีค่าของคุณไปจนกระทั่งถึงฝั่งฝัน

เล่าสู่กันฟัง เบิร์ด ธงไชย

เพลงนี้เป็นเพลงที่คลาสสิคมาก ๆ ในเรื่องของการเล่าเรื่องราวของคู่รักที่อยู่ห่างไกลกัน แต่ว่าก็ยังมีความห่วงหาอาทรกันอยู่เสมอ ด้วยการแลกเปลี่ยนเรื่องราวของอีกฝ่าย ให้อีกคนหนึ่งฟัง เพื่อที่ว่าจะได้เป็นการแชร์ประสบการณ์ แชร์เรื่องราวแชร์ความรู้สึก ทำให้ไม่รู้สึกเหงา ไม่รู้สึกว่าเหมือนกำลังอยู่ตัวเองคนเดียว

คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอ taxi

เพลงนี้มีความทะเล้นนิด ๆ ทำให้ฟังแล้วรู้สึกไม่เครียด ไม่เศร้าเหงา จนเกินไป นัก รู้สึกอบอุ่นอยู่ภายในหัวใจ อีกทั้งก็ยังเป็นการอ้อนแฟนอีกด้วยค่ะว่า ช่วยบอกคิดถึงฉันหน่อยสิ เพราะฉันจะคิดถึงเธอเหมือนกันนะ

เทคนิค และ เคล็ดลับการเลือกเพลง Background Music ให้ปัง

Background Music

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงงาน Event งานกิจกรรมต่าง ๆ แล้วสิ่งหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลย ก็คือ Background Music ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศของงาน ให้เกิดความสนุกสนาน ครื้นเครง ไม่ทำให้งานกร่อย และยังทำให้ผู้คนที่เข้ามาร่วมงาน เกิดความประทับใจในงานนั้นได้อีกด้วย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ขาดไปไม่ได้เลยทีเดียว แต่สำหรับผู้ที่กำลังจะจัดงานกิจกรรมต่าง ๆ แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกเพลง Background Music อย่างไรดี ถึงจะปังถูกใจผู้เข้าร่วมงาน และทำให้งานนั้นมีคุณภาพขึ้นมา วันนี้เราก็ได้มาแนะนำ 3 เคล็ดลับ ในการเลือกเพลง Background Music ที่จะทำให้งานของคุณนั้นมีความสนุกสนานอย่างยิ่งยวดเลยทีเดียว

เคล็ดลับเลือกเพลง Background Music ให้งานปัง  

การเลือกเพลง Background Music ที่ดี คือ จะต้องมีความกลมกลืนกับงานอีเว้นท์นั้น ๆ ก่อนอื่นมาจัดระเบียบกันก่อนว่า งานของคุณนั้นเป็นธีมแบบไหน จะได้เลือกใช้เพลงที่ถูกต้อง

  1. งานสไตล์ Welcomed

สำหรับงานสไตล์นี้ จะเป็นงานที่เน้นในเรื่องของความอบอุ่นสบาย ๆ เรียบง่าย ให้ความรู้สึกว่า เหมือนมีการจัดปาร์ตี้อยู่ในสวนหลังบ้าน ราวกับไปเที่ยวบ้านเพื่อนและได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นแนวเพลงที่เราจะแนะนำ ก็คือ แนวเพลงบรรเลงสบายสบาย เครื่องสาย ดนตรีเปียโนต่าง ๆ รู้สึกถึงความง่าย เพราะให้อารมณ์รู้สึกปลอดโปร่ง แต่ถ้าจะให้ดีแนะนำเป็นวงดนตรีสดไปเลย ก็จะสร้างบรรยากาศให้แก่งานได้มาก ๆ เนื่องจากว่านอกจากจะมีเพลงเพราะ ๆ แล้วก็ยังจะทำให้ผู้เข้าร่วมงานนั้น ได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ และน่าสนใจอีกรูปแบบหนึ่ง โดยนักดนตรีนอกจากจะมีหน้าที่เล่นเพลง แล้วก็ยังมีหน้าที่ Entertain แขกผู้เข้าร่วมงานอีกด้วย

Background Music

  1. งานสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจตื่นเต้น

เช่น งานที่จะต้องมีการเล่นเกม มีการเข้าร่วมกิจกรรมที่สนุกสนานต่าง ๆ แน่นอนว่าบรรยากาศ ก็ต้องคึกคักเพื่อที่ว่าจะได้กระตุ้นผู้เข้าร่วมงานนั้นอยากจะลองเล่นกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้งานไม่กร่อย โดยเสียงดนตรีที่เราแนะนำนี้ จะต้องมีความเร็วตื่นเต้น เร้าใจ ระทึก เพื่อช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ กระตุ้นปลุกเร้าอารมณ์ความรู้สึกของผู้เข้าร่วมงานได้เป็นอย่างดี เช่น เพลงแนวสายแดนซ์, เพลงจังหวะต่าง ๆ ที่มาจากดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างอารมณ์อยากจะให้ผู้เข้าร่วมงานเล่นเกมแล้ว ก็ยังทำให้เขาอยากจะลุกขึ้นมาขยับขยายสายร่างกายให้รู้สึกเมามันในอารมณ์อีกด้วย

  1. งานสนุกสนานสไตล์ Family

สำหรับสไตล์ Family แน่นอนว่าจะต้องมีกลุ่มบุคคลหลากหลายวัย เข้ามาร่วมงานกัน ตั้งแต่วัยเด็กจวบไปจนถึงวัยผู้ใหญ่เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเพลงที่เราอยากจะแนะนำ จะต้องเป็นเพลงที่สามารถฟังได้ทุกเพศทุกวัย สร้างอารมณ์แบบสดใส Happy expiration แนวเสียงดนตรี เสียงโน้ต เปียโนต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดอารมณ์สุขสดใส สร้างความสุข แต่ว่าจะไม่ได้เน้นความมันส์สุดเหวี่ยงแบบ EDM มากจนเกินไปนัก ถ้าคุณจะเจาะกลุ่มในวัยรุ่นหรือวัยทำงานเลือกแนว EDM ไปเลยก็เข้าที แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่สูงวัย ก็อาจจะรู้สึกฟังแล้วไม่ชอบ หรือปวดหูได้ จนกระทั่งทำให้เขาเกิดความไม่สนุกนั่นเองค่ะและในขณะเดียวกันก็ให้อารมณ์แบบซึ้งสดใส ไม่หนักไปในโทนดราม่าเกินไปนั่นเอง

สำหรับการเลือก Background Music นั้น ก็ไม่ยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหมคะ เพียงแต่ว่าคุณอาจจะต้องตอบโจทย์ให้ได้ก่อนเท่านั้นเองว่า ธีมงานที่คุณต้องการจะจัดงาน เป็นธีมงานอะไร และก็พยายามเลือกเพลงให้เข้ากับธีมงานนั้น พร้อมทั้งเลือกให้เข้ากับกลุ่มผู้ที่จะเข้ามาร่วมกิจกรรม ทำให้การเลือก Background Music เป็นเรื่องที่ง่าย ๆ และทำให้บรรยากาศสนุกสนานเพิ่มมากขึ้นแล้วค่ะ

‘นี่มันยุคของพวกเราแล้วเว่ย!’ สำรวจเพลงก่อนยุค 2020 — Bedroom Studio, Gen Z และหลายปัจจัยที่ทำให้แนวเพลงเปลี่ยนไป

สำรวจเพลงก่อนยุค 2020

สิ่งหนึ่งที่มักจะมาควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงยุคสมัยอยู่เสมอนั่น นั่นก็คือ ในเรื่องของแนวเพลงดนตรีต่าง ๆ ซึ่งแนวเพลงดนตรีในแต่ละยุคสมัยนั้น ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงค่านิยม วัฒนธรรม และความชื่นชอบของผู้คนในแต่ละยุคได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าในดนตรีนั้นจะได้รับความนิยมมากแค่ไหน หากแต่สุดท้ายแล้ว ก็จะมีแนวเพลงใหม่ ๆ เข้ามาแทนที่อยู่เสมอ

กลิ่นอายของดนตรีในแต่ล่ะยุค

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าพูดถึงแนวดนตรีในยุค 80 แล้ว แน่นอนว่า คุณผู้อ่านหลาย ๆ คน ก็จะต้องนึกถึง แนวดนตรีประเภท Glam rock, synth pop หรือ post punk เป็นหน้าตาของ 80s หรือถ้าย้อนไปไกลกว่านั้นในช่วงยุค 60 แนวเพลงที่ได้รับความนิยม เช่น Motown, folk, psychedelic เป็นต้น แต่ในปัจจุบันนี้เรียกได้ว่าแนวดนตรีของยุคนั้น ได้พัฒนาไปไกลกว่านั้นแล้ว เนื่องจากว่ามีแนวเพลงใหม่ ๆ เกิดขึ้นมามากมาย และในยุค 2,200 นี้ แนวเพลงใดกันแน่ที่เป็นเอกลักษณ์ของยุคนี้อย่างแท้จริง

สำรวจเพลงก่อนยุค 2020

ไม่มีแนวใดโดดเด่นกว่ากัน

สำหรับแนวความคิดนี้ ปี 2020 ไม่มีเพลงใด ที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์จนมากล้น เนื่องจากว่าบางครั้งก็มีการผสมผสานแนวเพลงเพลงเข้าไว้ด้วยกันภายใน 1 เพลง จนกระทั่งไม่อาจที่จะระบุได้อย่างชัดเจนว่าเป็นแนวอันใด ซึ่งนิยามของปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Contemporary หรือ Alternative

นับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา กระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงทางดนตรีของโลก ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ทำให้เกิดผลกระทบต่อการฟังเพลงของนักฟังเพลงทั่วโลก จากที่เคยฟังเพลงผ่านแผ่น CD ต่าง ๆ เปลี่ยนมาฟังเพลงผ่านการ Streaming แทน เนื่องจากมีความสะดวกรวดเร็วกว่ามาก จึงทำให้ผู้คนไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกฟังเพลงทั้งอัลบั้ม อีกต่อไป เพราะใน 1 อัลบั้ม ก็ยอมมีเพลงที่ตัวเองถูกใจและไม่ถูกใจเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว อัลบั้มที่เคยมีก็ได้มีการปรับเปลี่ยนเป็น Single ทั้งหมด และทำให้ศิลปินต่าง ๆ ก็ต้องปรับตัวจากที่เคยทำเพลงเยอะ ๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นออกซิงเกิ้ลแทนและเน้นคุณภาพในระดับสูงสุด

Generation Z พลังคนรุ่นใหม่ของวงการดนตรี

Generation Z ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนทางสังคม ทางด้านของเสียงเพลง ที่มีความหมายมาก ๆ โดยพวกเขาเป็นกลุ่มคน ที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วกว่ากลุ่มคนในยุคเก่า ๆ เรียกได้ว่า พวกเขานั้น เติบโตมาภายในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าก้าวไกล และมีความรู้ในการที่จะใช้เทคโนโลยี ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด นั่นจึงทำให้พวกเขาสามารถเรียนรู้ทักษะ การเข้าถึงเพลงต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าการฟังจาก Streaming ต่างๆ และชม MV จาก YouTube เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีศิลปินที่มีอายุน้อยเกิดขึ้นมามากมาย อันเนื่องมาจากพวกเขาสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากในการศึกษาหาความรู้ และพวกเขาก็ยังมีไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ที่แปลกแหวกแนวมาก ๆอย่างศิลปินบางคน ก็ได้นำคอมเม้นต่าง ๆ หรือกระแสสังคมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้น ให้กลายมาเป็นเนื้อเพลง ที่มีความแปลกแหวกแนวและโดนใจกลุ่มคนในรุ่นเดียวกัน จึงทำให้เกิดแนวเพลงใหม่ ๆ ขึ้นมา โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงอกหัก, เพลงเศร้า, เพลงรักหวานซึ้ง เท่านั้น

เพราะฉะนั้นดนตรีในปัจจุบันนี้ จึงมีความหลากหลาย ตามแต่เอกลักษณ์ของศิลปินแต่ละคน ถ้าคุณผู้อ่านอยากจะทำความเข้าใจให้ลึกซึ้ง เกี่ยวกับวัฒนธรรมแบบนี้ ขอให้คุณลองเปิดใจและลองรับฟังดู อาจจะพบแนวทางที่ใช้ใหม่ ๆ ของตัวเองเกิดขึ้นมาก็ได้